วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ใช้ "ครู" ให้ถูกงาน


ใช้ "ครู" ให้ถูกงาน
แยกธุรการ-งานสอนอย่างเด็ดขาด ไม่เกี่ยวพันเป็นเหตุอ้างไม่มีเวลาจัดการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ "ปลัดศธ."เตรียมเสนอต่อสัญญาลูกจ้างธุรการในโครงการ SP2

นายอภิชาติ จีระวุฒิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการครูและบุลากรทางการศึกษาว่า ในทัศนะของการเป็นข้าราชการมองเห็นว่า การเป็นราชการต้องทำงานในหน้าที่ให้คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับจากทางราชการ ซึ่งกรณีของครูความรับผิดชอบคือการจัดการเรียนการสอน ส่วนผู้บริหารก็มีหน้าที่บริหารจัดการอำนวยการเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ตามหลักวิชาการและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเราไม่สามารถแยกงานธุรการการศึกษา ออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของครู ซึ่งมีหน้าที่สอนอบรมนักเรียนได้ เพราะนอกจากภารกิจการจัดเรียนการสอนแล้ว ยังมีงานธุรการการศึกษาที่ให้ครูรับผิดชอบอีก ทั้งที่เป็นงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการการเรียนการสอน จึงเป็นเหตุผลให้ครูยกมาอ้างว่า เหตุที่จัดการเรียนการสอนได้ไม่เต็มที่ เพราะมีงานอื่นต้องรับผิดชอบด้วย

"ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมาสังคายนา ว่า จะลดปริมาณงานธุรกิจการศึกษาในโรงเรียนลงได้อย่างไร แม้เราจะปรับเพิ่มเงินเดือน หรือเงินวิทยฐานะเพื่อให้ครูมีความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยหวังว่าเมื่อครูเป็นอาชีพชั้นสูงมีค่าตอบแทนสูงพอสมควรแล้วก็น่าจะอุทิศตนให้กับการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น เรื่องนี้ก็ต้องฝากผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ตั้งแต่ส่วนกลาง เขตพื้นที่ โรงเรียน ว่าทำอย่างไรผลของการจัดการศึกษาจะออกมาในทางที่พัฒนาเท่าทันประเทศเพื่อนบ้านได้"

ปลัด ศธ.กล่าวและว่า ขณะนี้สิ่งที่ค่อนข้างเป็นห่วง คือ โครงการไทยเข้มแข็ง SP2 ที่มีการจ้างครูธุรการก็ใกล้จะจบโครงการแล้ว ไม่ทราบว่ารัฐบาลใหม่จะดำเนินการต่อไปหรือไม่ อีกทั้งบุคลากรเหล่านี้เมื่อจบโครงการหมดงบประมาณไปแล้ว ก็ยังไม่รู้อนาคตของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร


สอบ วัด กันไปทำไม


1. สอบวัดเพื่อจัดตำแหน่ง ใช้การสอบวัดเพื่อให้ได้คำตอบว่า ณ วันเวลาที่สอบนั้น เด็กแต่ละคนมีความรู้ความสามารถ อยู่ตรงระดับไหนของกลุ่ม เพื่อช่วยในการจัดประเภทหรือคัดแยก หรือบรรจุเขาให้ถูกตำแหน่ง (Placement)
2. สอบวัดเพื่อวินิจฉัย ใช้การสอบวัดเพื่อตรวจสอบผู้เรียนว่าเก่งหรืออ่อนวิชาใด เนื้อหาใด เพื่อครูจะได้ช่วยเหลือได้ถูกจุด (Diagnosis)
3. สอบวัดเพื่อเปรียบเทียบ ใช้การสอบวัดเพื่อเปรียบเทียบผู้เรียนว่าได้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นหลังจากผ่านการเรียนการสอนไปแล้วมากน้อยเพียงใด (Assessment)
4. สอบวัดเพื่อพยากรณ์ ใช้การสอบวัดเพื่อพยากรณ์ว่า เด็กคนนั้นคนนี้สามารถเรียนต่ออะไรได้จึงจะเรียนจบ ไม่ถูกออกกลางคัน หรือประกอบอาชีพอะไรจึงจะประสบความสำเร็จ (Prediction)
5. สอบวัดเพื่อประเมินค่า ใช้การสอบวัดเพื่อเอาผลที่ได้ไปประเมินหรือสรุปรวมอย่างมีหลักเกณฑ์ว่าหลักสูตร หรือวิธีการสอนของครู สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้มากน้อยเพียงใด (Evaluation)
นอกจากนี้ ครูควรใช้การสอบวัดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ต้องถือว่าการสอบเป็นกิจกรรมหนึ่งของนักเรียนเพื่อทราบศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน กลมกลืนไปกับการเรียนการสอน การสอบวัดไม่จำเป็นต้องใช้ข้อสอบเพียงอย่างเดียว อาจจะใช้คำถาม (การสอบปากเปล่า) กับผู้เรียน และถ้าจะให้การเรียนการสอนได้ผลดียิ่งขึ้น ครูควรชี้แจงการตอบของผู้เรียนด้วยว่า ตอบถูกเพราะอะไร ตอบผิดเพราะอะไร จะทำให้ชั่วโมงการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รัฐมนตรีใหม่ กระทรวงศึกษาธิการ

                  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง คณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยในส่วนกระทรวงศึกษาธิการมีรัฐมนตรีใหม่เข้ามาบริหารงานแล้ว มาทำความรู้จักกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้



         นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
          http://www.moe.go.th/websm/minister/worrawat.htm

 
         นางบุญรื่น ศรีธเรศรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
         http://www.moe.go.th/websm/minister/boonreun.htm

         นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไลรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
         http://www.moe.go.th/websm/minister/surapong.htm